วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

อันตรายเชื้อโรคดื้อยา ฆ่าคนปีละ10ล้าน!

จิม โอนีล นักวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ชื่อดังชาวอังกฤษ เผยผลวิเคราะห์ผลกระทบจากสภาวะดื้อยาของเชื้อโรคต่างๆ ว่า จะก่อให้เกิดทั้งอันตรายและความสูญเสียมหาศาลอย่างคาดไม่ถึง ผลการวิเคราะห์พบว่าหากไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ ภายในปี 2050 ภาวะดื้อยาดังกล่าวจะส่งผลให้มีคนเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นปีละ 10 ล้านคนทั่วโลก และมูลค่าความเสียหายจากการนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 100 ล้านล้านดอลลาร์
          ปัจจุบันนี้ภาวะดื้อยาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอยู่มากมายถึง 700,000 คนต่อปี
          นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ เป็นผู้แต่งตั้ง จิม โอนีล ทำหน้าที่ตรวจสอบทบทวนข้อมูลและวิเคราะห์ผลกระทบจากข้อมูลและแบบจำลองเรื่องภาวะดื้อยาที่จัดทำโดยบริษัท "แรนด์ ยุโรป" และบริษัทเคพีเอ็มจี ในประเด็นเรื่องผลกระทบจากการดื้อยาโดยเฉพาะ
          นายโอนีลกล่าวว่า ผลกระทบจากการที่ประชากรลดลงเพราะเสียชีวิต และผลกระทบจากภาวะเจ็บป่วยที่ไม่อาจรักษาได้ จะลดผลผลิตในเชิงเศรษฐกิจของโลกลงปีละ 2-3.5 เปอร์เซ็นต์
          ตามแบบจำลองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เชื้อโรคที่จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงที่สุดเพราะกลายเป็นเชื้อโรคที่ดื้อยาที่เรามีอยู่ ประกอบด้วยเชื้อโรคอย่าง อีโคไล มาลาเรีย และวัณโรค ถ้าวิเคราะห์เฉพาะพื้นที่ของยุโรปและสหรัฐอเมริกา ภาวะดื้อยาดังกล่าวจะก่อให้เกิดการเสียชีวิตอย่างน้อยปีละ 50,000 คน และถ้าหากไม่มีการตรวจสอบและแก้ไข ในปี 2050 การเสียชีวิตจากสาเหตุนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าตัว
          ประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการแพร่หลายของภาวะดื้อยาก็คือ ประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ อาทิ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน รวมไปจนถึงประเทศที่เศรษฐกิจกำลังรุดหน้าในเวลานี้อย่างเม็กซิโก อินโดนีเซีย ไนจีเรีย และตุรกี
          นายโอนีลกล่าวว่า ในไนจีเรียในปี 2050 นั้น กว่า 1 ใน 4 ของผู้ที่เสียชีวิตลง จะมาจากภาวะติดเชื้อเพราะเชื้อโรคดื้อยา ส่วนในอินเดียจะมีคนตายไปเพิ่มเติมจากการตายอื่นๆ ทั่วไปจากภาวะดื้อยาอีกปีละ 2 ล้านคน
          นอกจากทำให้สูญเสียจากการเสียชีวิตเพราะดื้อยาแล้ว ภาวะดื้อยายังส่งผลให้กระบวนการรักษาทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน กลายเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ไปในอนาคต อย่างเช่น การผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนข้อต่อกระดูก การผ่าตัดเพื่อทำคลอด การทำเคมีบำบัด และการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายอวัยวะ เนื่องจากยาปฏิชีวนะที่ใช้ยับยั้งการติดเชื้อในกระบวนการผ่าตัดเหล่านี้ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป หรือไม่ก็ผู้เข้ารับการผ่าตัดเสี่ยงต่อการติดเชื้อเสียชีวิตมากขึ้น
          ทีมของจิม โอนีล กำลังดำเนินการขั้นต่อไป เพื่อสำรวจหาลู่ทางที่จะดำเนินการเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะอันตรายใหญ่หลวงดังกล่าว โดยอยู่ในกรอบของแนวทาง 3 ประการ คือ วิธีการเพื่อลดการใช้ยาลงเพื่อลดการเพิ่มจำนวนเชื้อโรคดื้อยาลง วิธีการเพื่อขยายพัฒนาการของยาใหม่ๆ
          และการประสานงานในระดับนานาชาติเพื่อการใช้ยาอย่างเหมาะสมทั้งในมนุษย์และในสัตว์

ที่มา  หนังสือพิมพ์มติชน [ วันที่ 22/12/2557 ]

    "คิดถึง Antibiotic smart use ทันที  เฮ้อออออ "

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

แล้วจะเป็นยังไงต่อล่ะทีนี้???

ขรก.สธ. 3 สายงานบุกสธ. ร้องไม่ก้าวหน้า วอนเพิ่มเพดาน

เครือข่ายขรก.สธ. 3 สายงาน ‘พนง.เภสัชกรรม-สธ.ชุมชน-ทันตาภิบาล’ 2,000 คน บุกสธ.วันนี้ เรียกร้องปรับเพิ่มเพดานระบบนักวิชาการสธ. แจงตำแหน่ง-เงินเดือนตัน ไม่มีความก้าวหน้า 

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ตามข่าวเรื่องลูกจ้างสธ.บรรจุเป็นข้าราชการ

สธ.เตรียมบรรจุลูกจ้าง-พกส.เป็นข้าราชการอีก 598 ตำแหน่ง ภายใน 17 พ.ย.นี้ ระบุผู้ได้รับการบรรจุจะต้องไม่มีการโยกย้ายภายใน 3 ปี 




19 ต.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) มีหนังสือเลขที่ สธ. 0201.032/ว 868 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ลงนามโดย นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องการจัดสรรตำแหน่งเพื่อคัดเลือกบรรจุ ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน (ที่จ้างด้วยเงินทุกประแภท) พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ที่จ้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ลงไปเข้ารับราชการ โดยระบุว่า
สป.สธ.ได้จัดสรรตำแหน่งข้าราชการให้จังหวัดเพื่อคัดเลือกบรรจุ ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน (ที่จ้างด้วยเงินทุกประแภท) พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ที่จ้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ลงไปเข้ารับราชการ จำนวน 598 ตำแหน่ง จึงขอให้จังหวัดดำเนินการ ดังนี้
1.ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของจำนวนตำแหน่งและสายงานที่ได้รับการจัดสรรตามบัญชีรายละเอียดการจัดสรรตำแหน่ง
2.ดำเนินการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการและการให้ได้รับเงินเดือนให้ยึดหลักคุณธรรม และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด
3.ผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อบรรจุข้าราชการในตำแหน่งดังกล่าว จะต้องเป็น ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน (ที่จ้างด้วยเงินทุกประแภท) พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ที่จ้างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ลงไป
4.ผู้ได้รับการบรรจุจะต้องไม่มีการโยกย้ายภายใน 3 ปี และให้ตรึงตำแหน่งไว้ในเขตบริการสุขภาพ
5.ให้จังหวัดดำเนินการบรรจุบุคคลดังกล่าวเข้ารับราชการในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2557
และกำหนดให้ส่งสำเนาคำสั่งบรรจุแต่งตั้งและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2557 นี้
ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.hfocus.org/

     สรุป ห่างหายไปนาน วันนี้ขอตามกระแสหนังสือพิมพ์หน่อย ว่าด้วยแนวโน้มการได้รับบรรจุเป็นข้าการ มีแน่นอนขึ้นหลังจากไม่แน่นอนมาเกือบปีค่ะ เพื่อนๆหลายท่านของ Blogger ก็บรรจุเป็นข้าราชการเกือบหมดแล้วนะ 

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หลักสูตร ทภ. 2 ปี


                วันนี้เราจะมาทำความรู้จักหลักสูตรเทคนิคเภสัชกรรม   กันว่าเป็นอย่างไร วุฒิการศึกษาอะไร เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง (นี่อุตส่าห์กางคู่มือนักศึกษา วสส.ขก. พิมพ์เองหมดเลยนะ)

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขศาสตร์ (เทคนิคเภสัชกรรม)
ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2550
ชื่อหลักสูตร
   ภาษาไทย          หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขศาสตร์ (เทคนิคเภสัชกรรม)
   ภาษาอังกฤษ     Diploma of Pubic Health (Technical Pharmacy)
ชื่อประกาศนียบัตร
   ชื่อเต็ม                               ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาธารณสุขศาสตร์ (เทคนิคเภสัชกรรม)
                                Diploma of Pubic Health (Technical Pharmacy)
  ชื่อย่อ                   ปวส.ส.ศ. (เทคนิคเภสัชกรรม)
                                Dip. Of P.H. (Technical Pharmacy)

ปล. ยังมีย่อกว่านั้นอีกนะ เวลาทำข้อสอบแล้วต้องเขียนชื่อหลักสูตรทุกหน้าเมื่อยมือและเสียเวลาเปล่าอย่าเขียนเต็มเลย ปวส.สศ (ทภ.) จบ~ ขนาดนี้ก็ยังว่ายาวอยู่เล้ย ^^ ไม่ต้องกลัวอ. จะว่าเอาหรอก อ. เภสัชฯ ร้อยละ 99 ใจดี (ยกเว้นตอนออกข้อสอบ Y^Y)
*** ตอนรับใบประกาศนียบัตรเดือนมีนาคม (รอบแรก) ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก (ไม่ใช่ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ พยายามอย่าสับสน...) จะเป็นผู้มามอบให้วิทยาลัยฯแต่ละแห่ง ส่วนรอบสอง มิถุนายนปีเดียวกันเราจะได้รับจากองค์โสมเสาวลี--แต่ว่าการรับรอบสองนี้ที่สวนอัมพรฯใครทำงานแล้วจะไม่มาก็ได้ เดี๋ยวเขาจะส่งใบประกาศมาให้ถึงที่บ้านเลย--อ้อ เหรียญทอง เหรียญเงินของแต่ละสาขาก็น่าจะได้รับจากพระองค์ท่านนี่แหละ ตอนรับเหรียญกับทางวิทยาลัยฯ จะได้เป็นใบประกาศนียบัตรแทน
....เหรียญทอง เหรียญเงินก็คือ เกียรตินิยมอันดับ1 อันดับ2 ของชาว วสส. --เขาเรียกกันอย่างนี้ (--)a หลักสูตรหนึ่งๆ จะมีคนได้เหรียญอย่างละ 1 คน ต่างจากมหาวิทยาลัย เกียรตินิยมของมหาวิทยาลัยใครทำได้ถึงเกณฑ์ก็ได้ไป แต่ที่นี่เหรียญทองจะเป็นของผู้ที่มีผลการเรียนสูงสุดอันดับ 1ของชั้นปี, เหรียญเงินเป็นอันดับ 2 ของชั้นปี......

ระบบการศึกษาของหลักสูตรนี้
                เป็นการศึกษาแบบทวิหน่วยกิต ซึ่งหน่วยกิตตลอดหลักสูตรมีทั้งหมด 86 หน่วยกิต  ปีการศึกษาหนึ่งๆ แบ่งออกเป็น 2 เทอมปกติ กับ 1 เทอมฤดูร้อน --ระยะเวลาการศึกษาหลักสูตรนี้ทั้งหมด 2 ปีแต่ไม่เกิน 4 ปี (คนทั่วไปเขาก็พากันจบภายใน 2 ปีนะ (--)a)
                ต่อไปเรามาดูกันว่าแต่ละปี แต่ละเทอม นศ. เทคนิคเภสัชกรรม วสส.ขก. ต้องเรียนอะไรบ้าง^^
ปี 1 เทอม 1
                1. วิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน
                2. วิชาชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม
                3. วิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
                4. วิชาการพัฒนาพฤติกรรมจริยธรรมวิชาชีพ
                5. วิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา
                6. วิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม 1
                7. วิชาเภสัชวิทยา 1
                8. วิชาการควบคุมป้องกันโรค บุคคล ครอบครัว และชุมชน
                9. วิชาภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีม
ปี 1 เทอม 2
                1. วิชาคอมพิวเตอร์เพื่อการปฏิบัติงาน
                2. วิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา
                3. วิชาจิตวิทยา
                4. วิชาชีวสถิติ
                5. วิชาการพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
                6. วิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม 2
                7. วิชาเภสัชวิทยา 2
                8. วิชางานบริการเภสัชกรรม
                9. วิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์
                10. วิชาการศึกษาอิสระ
ปี 1 เทอม 3 (Summer)
                1. วิชาโครงการพัฒนาด้านเภสัชกรรมชุมชน
                2. วิชาการฝึกปฏิบัติงานภาคสนาม 1
ปี 2 เทอม 1
                1. วิชาวิทยาการระบาด
                2. วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
                3. วิชาการบริหารเวชภัณฑ์
                4. วิชาการบริหารงานสาธารณสุข
                5. วิชาการปฐมพยาบาล
                6. วิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม 3
                7. วิชาเภสัชวิทยา 3
                8. วิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร
                9. วิชาวิชาสมุนไพร
ปี 2 เทอม 2
                1. วิชาเภสัชกรรมคลินิกเบื้องต้น
                2. วิชาการแพทย์แผนไทยแบบองค์รวม
                3. วิชากฎหมายและการคุ้มครองผู้บริโภค
                4. วิชาการฝึกปฏิบัติงานภาคสนาม 2
*** จริงๆ แล้วฝึกงานภาคสนาม 2 นับเป็นเทอม 3 นะ แต่ให้เราลงทะเบียนเป็นรายวิชาของเทอม 2 คงเพราะมีแค่ตัวเดียวมั้งเลยรวบใส่ไว้กับของเทอม 2 ซะ (--)a

ปล. รายวิชาข้างต้นเป็นรายวิชาที่ผู้เขียนได้เรียนจริงๆ ระหว่าง 2554-2556 แต่ว่าหลักสูตรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้แต่ละปี บางวิชาหายไป บางวิชาเพิ่มขึ้นมา--อย่างรุ่นน้องของผู้เขียนจะไม่ได้เรียนวิชาจิตวิทยา (ไม่รู้เหมือนกันว่าได้วิชาอะไรไปเรียนแทน +555)

เพิ่งจบมาหมาดๆ เลยนะเนี่ย ^^